สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
 
 

มาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้

ประกาศเมื่อ 17/06/2562 เปิดอ่าน 158 ครั้ง

 
 

มาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้

ปัจจุบันแรงงานตัดอ้อยนั้นขาดแคลนและมีค่าแรงสูง เนื่องจากความยากในการตัด จึงนิยมใช้การเผา มากกว่าการตัดสด ประกอบกับรถตัดอ้อยหรือเครื่องมือตัดอ้อยมีราคาสูง และการเผาอ้อยยังเป็นสาเหตุหนึ่งของการปัญหาฝุ่นละอองที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

            เพื่อลดภาระต้นทุนการผลิตและกระตุ้นให้เกษตรกรใช้เครื่องจักรแทนแรงงานที่ขาดแคลน และลดการเผาอ้อยก่อนเข้าโรงงาน จึงมีมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ 3 มาตรการ โดยมีเป้าหมายในการลดการเผาอ้อยให้หมดไปภายในปี 2565 ดังนี้    

            1. มาตรการทางกฎหมาย ซึ่งจะทำให้อ้อยไฟไหม้หมดไปภายในภายใน 3 ปี โดยจะมีการออกระเบียบให้ในฤดูการผลิตปี 2562/2563 ให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบได้ไม่เกินร้อยละ 30 ต่อวัน ต่อมาในฤดูการผลิต ปี 2563 /2564 ให้รับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบได้ไม่เกินร้อยละ 20 ต่อวัน และในฤดูการผลิตปี 2564/2565 จะลดปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าหีบเพียงร้อยละ 0-5 ต่อวันเท่านั้น 

            2. มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐในการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตร           โดยการขยายโครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจรปี 2562 - 2564 รวมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตรถตัดอ้อยไทย ให้สามารถผลิตและจำหน่ายให้เพียงพอกับความต้องการ และส่งเสริมการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน โดยการใช้รถตัดอ้อย และเครื่องจักรกลการเกษตรอื่นๆ ไปเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันกับแหล่งเงินกู้ได้

            3. มาตรการขอความร่วมมือด้านการบริหารจัดการเพื่อเป็นต้นแบบการเก็บเกี่ยวและการขนส่งอ้อยให้โรงงาน โดยขอความร่วมมือจากโรงงานน้ำตาลและชาวไร่อ้อยในฤดูการผลิต ปี 2562/2563 เพื่อกำหนดจังหวัดต้นแบบปลอดการเผาอ้อย ร้อยละ 100 ในแต่ละภาค รวม 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี ชัยภูมิ เลย และอุตรดิตถ์ รวมถึงการลดการเผาอ้อยรอบชุมชนในรัศมี 5 กิโลเมตร และรอบโรงงานน้ำตาลในรัศมี 10 กิโลเมตร และการกำหนดคิวรับอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้

            นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบขยายโครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร ปี 2562 - 2564  โดยสนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกร              กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคลและวิสาหกิจชุมชน วงเงินกู้ปีละ 2,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท (งบประมาณปี พ.ศ. 2562 - 2564) จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)    โดยวงเงินกู้แต่ละรายเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 29 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

            1. กำหนดระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้แยกตามวัตถุประสงค์การกู้เงิน  หากเป็นเงินกู้เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำในไร่อ้อยและปรับพื้นที่ปลูกอ้อย กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 4 ปี  และหากเป็นเงินกู้เพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรกำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 6 ปี

            2. สำหรับอัตราดอกเบี้ย แยกเป็น เกษตรกรรายบุคคล คิดดอกเบี้ยในอัตรา 2% ต่อปี เช่นเดียวกับกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคลและวิสาหกิจชุมชน ที่คิดดอกเบี้ย 2% ต่อปี ส่วนกรณีการกู้เงินเพื่อจัดซื้อรถตัดอ้อย ประเภทรถแทรกเตอร์หรือรถบรรทุกคิดดอกเบี้ยในอัตรา 4% ต่อปี โดยรัฐบาลไม่ต้องชดเชยดอกเบี้ยในส่วนนี้ แต่ธ.ก.ส. รับภาระชดเชย 1% ต่อปี โดยมีกรอบวงเงินงบประมาณชดเชยดอกเบี้ยประมาณ 599.43 ล้านบาท

 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์ อื่น ๆ

 

ผู้ว่าฯชร.เปิดโครงการชาวเชียงรายร่วมใจบริจาคโลหิตร่างกาย อวัยวะ และดวงตาเฉลิมพระเกียรติ บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาเชียงราย

( ประกาศเมื่อ 23/07/2562 เปิดอ่าน ครั้ง)

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ ปลัดจังหวัดเชียงราย เป็นประธานประชุม อนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด ของจังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 3/2562

( ประกาศเมื่อ 23/07/2562 เปิดอ่าน ครั้ง)

นางอำนวยพร ชลดำรงค์กุล รองอธิบดีกรมป่าไม้เปิด โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน 2562

( ประกาศเมื่อ 23/07/2562 เปิดอ่าน ครั้ง)

One Tambon One Search And Rescue Team : OTOS

( ประกาศเมื่อ 23/07/2562 เปิดอ่าน ครั้ง)

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
 
 
 
 
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย